คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ COVID-19

Post on 05 มีนาคม 2563
by Area3
ฮิต: 934

จริงๆ ตอบถามแบบนี้ไม่อยากตอบออกสื่อเท่าไร เพราะรู้สึกว่าตอบออกไปก็กลายเป็นว่า อีกฝ่ายชนะ อีกฝ่ายแพ้ เหมือนกับการฟ้องกันในศาลแรงงาน ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างแล้วศาลพิพากษาตัดสิน จะมีอีกฝ่ายชนะคดี อีกฝ่ายแพ้คดี

ตามที่ถาม ถ้าตอบตรงๆ ก็อาจจะเห็นได้ว่า การที่ลูกจ้างไม่ไปตรวจโรคเพื่อยืนยันผลให้ชัดเจนอันเป็นสิ่งที่นายจ้างสามารถทำได้เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง แม้ลูกจ้างจะผ่านการคัดกรองเบื้องต้นจากสนามบินมาแล้ว ก็มิได้เป็นสิ่งยืนยันว่าจะไม่ติดเชื้อขึ้นได้อีก เมื่อลูกจ้างไม่ไปตรวจแต่ยังมาทำงานให้นายจ้าง จนต่อมาเกิดการติดเชื้อและแพร่เชื้อให้พนักงานอื่น ย่อมส่งผลกระทบต่อกิจการของนายจ้างอย่างอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นสถานที่เกิดโรคติดต่อร้ายแรง ก่อให้เกิดภาระหน้าที่ตามกฎหมายโรคติดต่อของนายจ้างโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งยังทำให้เกิดการติดเชื้อกับพนักงานอื่นย่อมส่งอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกาย หรือชีวิตของพนักงานคนอื่น แม้ลูกจ้างจะติดเชื้อด้วย ก็ยังถือว่าลูกจ้างฝ่าฝืนระเบียบ คำสั่ง ของนายจ้างในกรณีร้ายแรง ซึ่งนายจ้างอาจเลิกจ้างได้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

จริงๆ เรื่องนี้ ก่อนจะเกิดการติดเชื้อ นายจ้างสามารถสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานไปทำการตรวจยืนยันหรือเฝ้าระวังการเกิดโรค และไม่ให้เข้าที่ทำงานได้ การสั่งเช่นนี้ ถือว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยเหตุผล จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรมกับลูกจ้าง หากลูกจ้างไม่ทำตามคำสั่ง นายจ้างก็อาจเตือนเป็นหนังสือ

และวันรุ่งขึ้น ลูกจ้างยัง ไม่ไปตรวจ และยังเข้ามาทำงานอีกก็ถือว่าเป็นการทำผิดซ้ำคำเตือนในเรื่องเดียวกันที่นายจ้างเคยเตือนเป็นหนังสือแล้วซึ่งนายจ้างอาจเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (ซึ่งไม่ต้องรอให้เกิดการติดเชื้อ และเเพร่เชื้อให้คนอื่น แล้ว ค่อยมาเลิกจ้าง )

ทางออกของเรื่องที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ ทั้งสองฝ่ายต้องใช้หลักบริหารจัดการ หาทางออกร่วมกัน นึกถึงใจเขา ใจเรา ช่วยกันรับผิดชอบ เพื่อให้พ้นวิกฤติในช่วงนี้ ไปด้วยกัน

 

FB : Narongrit Wannaso