ข้อที่นายจ้างพึงปฏิบัติเมื่อตรวจพบสารเสพติดในตัวลูกจ้าง

Post on 23 กันยายน 2562
by Area3
ฮิต: 168

ข้อที่นายจ้างพึงปฏิบัติเมื่อตรวจพบสารเสพติดในตัวลูกจ้าง

ตามฎีกาที่ 12290/2558 ด้านล่างนี้

ลูกจ้างพนักงานคุมเครื่องจักรฝ่ายผลิตถูกตรวจในโรงงานว่ามีฉี่สีม่วง จึงส่งผลให้ทางการตรวจยืนยันผลอีกที

2 เดือนผ่านมา เมื่อมีผลยืนยังจากการตรวจที่ห้อง lab ของทางการแล้ว ว่าลูกจ้างมีสารเสพติดในร่างกาย(เสพยาบ้า) นายจ้างก็มิให้ลูกจ้างทำงานในกะกลางคืน และพอรุ่งเช้า ก็ไม่ให้ลูกจ้างเข้ามางานอีก อ้างว่า ลูกจ้างเสพยาอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับฯ

พอลูกจ้างไปฟ้องศาล เรียกค่าชดเชยนายจ้างกลับต่อสู้คดีว่าไม่ได้เลิกจ้างโดยมิได้ต่อสู้ว่าลูกจ้างเสพยาอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ศาลตัดสินว่า เลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย ให้ลูกจ้าง

มีข้อสังเกตถึงข้อปฏิบัติที่ควรจะเป็นในคดีนี้ คือ เมื่อผลตรวจจากทางการยืนยันว่า ลูกจ้างเสพยา ในฐานะผู้เสพ ควรมีคำสั่งที่ชัดเจน ว่าให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวไปรักษา บำบัด และเมื่อเเพทย์เห็นว่าทำงานได้ก็ให้กลับเข้าทำงาน ในระหว่างหยุดงานนี้ ก็ยังเป็นนายจ้าง ลูกจ้างกันอยู่ อายุงานก็นับต่อเนื่องแม้มิได้ทำงาน ถ้านายจ้างออกคำสั่งชัดเจนเช่นนี้ ก็จะเกิดความมั่นใจแก่ลูกจ้างว่า หลังไปบำบัดแล้วกลับเข้าทำงานจะมีงานทำแน่นอน

ข้อผิดพลาดในคดีนี้ คือ ที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างเข้าทำงานตอนเข้ากะ กลางคืน และตอนเช้า เจตนาแท้จริงของนายจ้างก็คงต้องการให้ลูกจ้างไปบำบัดอาการก่อน มิได้มีเจตนาจะ
เลิกจ้างในตอนแรก เเต่ลักษณะการกระทำของนายจ้างไม่ชัดเจน และการไม่ให้ลูกจ้างเข้าทำงานก็ทำให้ลูกจ้างเข้าใจว่า ถูกเลิกจ้าง จึงได้ไปฟ้องนายจ้างเรียกค่าชดเชย

และในทางปฏิบัติ การปฏิบัติต่อคนเสพ มีแนวที่ฝ่ายปกครองให้แนวไว้อยู่แล้วว่า ต้องนำไปบำบัด รักษา เพื่อให้โอกาสกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคม

 

FB : Narongrit Wannaso