หากทางการเปิดโอกาสให้นายจ้างเปิดกิจการได้ แต่นายจ้างมิได้เปิดทำการให้ลูกจ้างมาทำงาน ?

Post on 08 มิถุนายน 2563
by Area3
ฮิต: 959

พอทางการเริ่มผ่อนคลาย ให้นายจ้างเปิดกิจการ/ เปิดพื้นที่ โดยปกตินายจ้างก็ต้องเปิดทำการ/ เปิดกิจการ และเรียกให้ลูกจ้างที่หยุดการทำงานเนื่องจากนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเพราะเหตุจำเป็น (จ่าย 75% ) หรือ เพราะเหตุสุดวิสัยจากโควิด 19 (ให้ลูกจ้างไปรับเงินจาก สปส.62% )

แต่อาจมีนายจ้างหลายราย "ไปต่อ" ไม่ไหว หรือ"สายป่านไม่ยาว"ที่ถึงแม้ทางการจะให้นายจ้างเปิดกิจการ แต่ก็อาจจะไม่มีความพร้อมที่จะเปิดกิจการ ให้ลูกจ้างกลับมาทำงานตามปกติ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม( เช่น ไม่มีเงินเสียค่าเช่า ,ไม่มีวัตถุดิบมาทำการผลิต หรือ ผลิตอาจจะขาย ส่งออกไม่ได้ หรือไม่คุ้มทุน เป็นต้น )

กรณีดังกล่าว หากนายจ้างไม่เปิดกิจการ แต่ตราบใดที่นายจ้างยังให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราว และจ่ายเงิน 75% ให้กับลูกจ้างระหว่างที่หยุดกิจการชั่วคราว หรือ ตราบใดที่นายจ้างยังใช้สิทธิหยุดกิจการชั่วคราว โดยให้ลูกจ้างไปใช้สิทธิขอเงินทดแทนการว่างงานชั่วคราวเพราะเหตุสุดวิสัยโควิด (ซึ่งสามารถอ้างสิทธิได้รับเงินทดแทน 62% จนถึงเดือน ส.ค.2563 หรือตามที่ครม.ให้ขยาย) ตราบนั้น ก็ไม่ถือว่านายจ้างยังไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้ทำงานต่อไป และไม่จ่ายค่าจ้างให้ อันจะถือว่านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ม.118 ว.2 เพราะยังอยู่ระหว่างที่นายจ้างใช้สิทธิหยุดกิจการชั่วคราวตามที่กฎหมายให้การรับรองและคุ้มครองไว้
อย่างไรก็ตาม  

หากทางการเปิดโอกาสให้นายจ้างเปิดกิจการได้ แต่นายจ้างมิได้เปิดทำการให้ลูกจ้างมาทำงาน ทั้งๆ ที่ลูกจ้างพร้อมที่จะทำงานให้ และไม่จ่ายค่าจ้างให้ หรือมิได้ใช้สิทธิหยุดกิจการชั่วคราวโดยจ่ายเงิน 75% ให้ลูกจ้าง หรือไม่ได้ดำเนินการให้ลูกจ้างได้เงินทดแทน 62% อันเนื่องมาจากหยุดกิจการชั้วคราวเพราะเหตุสุดวิสัยโควิด กรณีเช่นนี้ แล้ว ย่อมถือว่านายจ้างมีเจตนาที่จะเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างย่อมไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เมื่อเหตุเลิกจ้างดังกล่าวมิใช่กรณีที่ลูกจ้างทำผิดกรณีร้ายแรง ลูกจ้างย่อมมีสิทธิได้รับค่าชดเชย ตามกฎหมาย (หากมีอายุงาน 120 วันขึ้นไป )

 

 

FB : Narongrit Wannaso